Sacred Fire Foundation Health,Kids รู้ก่อนสาย! 3 วิธีเพิ่มความสูงที่ควรเลี่ยง

รู้ก่อนสาย! 3 วิธีเพิ่มความสูงที่ควรเลี่ยง

                ปัจจุบันมีวิธีมากมายที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มความสูงให้เด็กๆ ได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีบางวิธี ที่หากทำไม่ถูกต้อง หรือมีความรู้ความเข้าใจไม่มากพอ อาจทำให้เกิดผลเสียได้มากกว่าผลดี กล่าวคือ อาจทำให้เด็กเพิ่มความสูงได้ แต่ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน ดังนี้

1. ดัดหลังเพิ่มความสูงกับคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์

                สภาพสังคมที่เปิดกว้างอย่างทุกวันนี้ ทำให้การดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงการเพิ่มความสูงให้เด็กๆ ด้วยการแพทย์ทางเลือก ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหนึ่งในนั้น คือ การดัดหลัง จัดกระดูก เพื่อให้กระดูกเรียงตัวสวย ไม่คดงอ และมีโอกาสยืดขยายได้อย่างเต็มที่ เห็นได้จากการที่มีสถาบันสุขภาพมากมายเริ่มเปิดให้บริการในเรื่องนี้

                อย่างไรก็ตาม การดัด หรือจัดกระดูกนั้น เป็นเรื่องค่อนข้างอันตราย เพราะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้างของร่างกาย หากเกิดความผิดพลาด นอกจากจะทำให้เด็กไม่สูงแล้ว อาจทำให้เกิดความพิการ กระดูกผิดรูปได้ ดังนั้นถ้าสนใจเพิ่มความสูงให้เด็กๆ ในครอบครัวด้วยวิธีนี้ ควรพาเด็กๆ ไปเข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น นักกายภาพบำบัด รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการดัดหรือจัดกระดูกด้วยตัวเอง

ข้อควรรู้: ควรแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพ รวมถึงประวัติการเจ็บป่วย (ถ้ามี) ก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

2. ให้ลูกกินนมเพิ่มความสูงแต่ไม่ออกกำลังกาย

                เชื่อว่าใครหลายคนคงเติบโตมากับความรู้ความเข้าใจที่ว่า แคลเซียมในน้ำนมช่วยเพิ่มความสูงได้ จึงมักจะส่งต่อความเข้าใจนี้ไปถึงเด็กๆ ด้วยการให้ลูกดื่มนมเป็นประจำทุกวัน จนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น โดยเฉพาะกับเรื่องการออกกำลังกาย หรือการกระตุ้นให้เด็กเกิดกิจกรรมทางกาย จึงทำให้เด็กๆ หลายคนเข้าสู่ภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน เพราะความจริงแล้ว ในน้ำนม นอกจากจะมีแคลเซียมแล้ว ยังมีสารอาหารอื่นๆ ประกอบอยู่ด้วยเหมือนกัน เช่น ไขมัน คาร์โบไฮเดตร เป็นต้น ถ้ากินเข้าไปอย่างเดียว โดยที่ไม่เกิดการเผาผลาญพลังงาน ก็จะทำให้เกิดการสะสมเป็นไขมันส่วนเกินอยู่ใต้ผิวหนังได้

                โดยเมื่อปีที่แล้ว มีข้อมูลที่น่าสนใจจากกรมอนามัย เปิดเผยว่าเด็กไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ติด TOP 3 ของอาเซียน เด็กไทยอายุ 0-5 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 9.13% เด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 13.4% และเด็กวัยรุ่น 15-18 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 13.2%

                ดังนั้น พ่อแม่จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากขึ้น ถ้าให้เด็กๆ กินนมเพิ่มความสูงแล้ว ก็อย่าลืมชวนกันไปออกกำลังกาย ด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 30-60 นาที เช่น วิ่งเล่น ว่ายน้ำ เล่นฟุตบอล เต้นแอโรบิก เป็นต้น และต้องไม่ลืมที่จะทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ ด้วย เพื่อให้เขาเกิดความไว้วางใจ สบายใจ และอยากออกกำลังกายบ่อยๆ

3. กินอาหารเสริมเพิ่มความสูงที่ไม่ได้มาตรฐาน

                สำหรับวิธีเพิ่มความสูงวิธีสุดท้ายที่แนะนำให้เลี่ยง คือ การกินอาหารเสริมเพิ่มความสูงที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานด้านสุขภาพและความปลอดภัย อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และตัดสินใจซื้อเพียงบรรจุภัณฑ์ภายนอกเท่านั้น เพราะอาหารเสริมเหล่านี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กๆ สูงขึ้นแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเด็กๆ ด้วย

                อยากเพิ่มความสูงให้ลูกน้อยอย่างปลอดภัย และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้ ติดต่อ Growth & Grow Medical Center คลิก https://growthandgrow.com/

Related Post

วิธี ล้าง จมูก

วิธีล้างจมูกที่ถูกต้อง ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้านวิธีล้างจมูกที่ถูกต้อง ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

หลายคนอาจเคยประสบกับอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือรู้สึกไม่สบายจมูก ซึ่งวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดีคือ วิธีล้างจมูก แต่การล้างจมูกให้ถูกต้องและปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจยังไม่รู้ วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีล้างจมูก ที่ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยขั้นตอนที่เข้าใจง่าย และปลอดภัยต่อสุขภาพ ทำไมต้องล้างจมูก? การล้างจมูกช่วยทำความสะอาดโพรงจมูก ช่วยขจัดฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ และเมือกส่วนเกินออกจากจมูก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบได้อีกด้วย อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม วิธีล้างจมูกที่ถูกต้อง ทำเองได้ง่าย ๆ ข้อควรระวังในการล้างจมูก สรุป การล้างจมูกเป็นวิธีง่าย

ตะคริว

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น “ตะคริว” ที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น “ตะคริว” ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเป็น “ตะคริว” กันอย่างแน่นอน เนื่องจากตะคริวสามารถเป็นได้ทุกช่วงวัย และทุกช่วงเวลาเลยก็ว่าได้ ยิ่งในช่วงเวลาที่เรานอนหลับอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกปวดน่องขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราเป็นตะคริวนั้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะนวดหรือเหยียดขาให้ตรง และเมื่อหายจากการเป็นตะคริวแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าอาการของตะคริวนี้เอง จะเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในร่างกายได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดตะคริวมีอะไรบ้าง  ปวดขาแบบไหนถึงจะเป็นตะคริว หลาย ๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า ปวดขาแบบไหนถึงจะเป็นตะคริว ซึ่งตะคริวจะเป็นอาการหดเกร็ง ที่จะทำให้กล้ามเนื้อปวด และเป็นก้อนแข็ง ที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว บางครั้งอาจจะมีอาการปวด หรือเจ็บกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการหดเกร็ง แต่จะเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หากเราทิ้งเอาไว้สักพักอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเอง

หมอน รอง คอ สุขภาพ

วิธีเลือกหมอนรองคอสุขภาพสำหรับคนทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆวิธีเลือกหมอนรองคอสุขภาพสำหรับคนทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ

สำหรับคนทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะนาน ๆ ทั้งวัน การดูแลสุขภาพคอเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมหรือขาดการรองรับที่ดี อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดไหล่ หรือแม้แต่ปวดหัวตามมาได้ หนึ่งในตัวช่วยที่ตอบโจทย์สำหรับคนกลุ่มนี้คือ หมอนรองคอสุขภาพ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคออย่างเหมาะสมและช่วยลดแรงกดดันในบริเวณคอและไหล่ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีเลือกหมอนรองคอสุขภาพให้เหมาะกับคนทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ เพื่อสุขภาพคอที่ดีขึ้น ทำไมต้องเลือกหมอนรองคอสุขภาพสำหรับคนทำงานนั่งโต๊ะ? เมื่อคุณนั่งทำงานนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนท่าทาง หรือไม่มีหมอนรองคอที่เหมาะสม จะทำให้กล้ามเนื้อคอตึงและรับแรงกดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดและเมื่อยล้าในระยะยาว หมอนรองคอสุขภาพจะช่วยปรับท่าทางและรองรับสรีระคออย่างถูกต้อง ลดแรงกดทับ และส่งเสริมการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและลดโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บ วิธีเลือกหมอนรองคอสุขภาพสำหรับคนทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ เพื่อให้คุณได้หมอนรองคอสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการ นี่คือสิ่งที่ควรพิจารณา เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพคอที่ดีขึ้น