Sacred Fire Foundation Health ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น “ตะคริว” ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น “ตะคริว” ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเป็น “ตะคริว” กันอย่างแน่นอน เนื่องจากตะคริวสามารถเป็นได้ทุกช่วงวัย และทุกช่วงเวลาเลยก็ว่าได้ ยิ่งในช่วงเวลาที่เรานอนหลับอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกปวดน่องขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราเป็นตะคริวนั้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะนวดหรือเหยียดขาให้ตรง และเมื่อหายจากการเป็นตะคริวแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าอาการของตะคริวนี้เอง จะเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในร่างกายได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดตะคริวมีอะไรบ้าง 

ปวดขาแบบไหนถึงจะเป็นตะคริว

หลาย ๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า ปวดขาแบบไหนถึงจะเป็นตะคริว ซึ่งตะคริวจะเป็นอาการหดเกร็ง ที่จะทำให้กล้ามเนื้อปวด และเป็นก้อนแข็ง ที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว บางครั้งอาจจะมีอาการปวด หรือเจ็บกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการหดเกร็ง แต่จะเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หากเราทิ้งเอาไว้สักพักอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเอง ทั้งนี้การเป็นตะคริวสามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย และอาจจะเกิดกับกล้ามเนื้อเพียงมัดเดียวหรือหลายมัดพร้อมกันก็ได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดตะคริวได้ง่ายที่สุด

ในปัจจุบันจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดตะคริว แต่เชื่อว่าการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้ยืดตัวบ่อย ๆ จะทำให้มีการหดรั้งหรือการเกร็งได้ง่ายกว่าปกติ แต่ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างแน่นอน ก็ยังพอจะบอกคร่าว ๆ ได้ว่าตะคริวเกิดได้บ่อยจากสาเหตุใด ได้แก่

  • การดื่มน้ำน้อยเกินไป จนทำให้เซลล์กล้ามเนื้อขาดน้ำ
  • ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล โดยเฉพาะโซเดียม และโพแทสเซียม
  • ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ก็อาจจะก่อให้เกิดตะคริวได้บ่อยเช่นกัน
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ก็เป็นตะคริวได้บ่อย เนื่องจากระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำ หรืออาจจะเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาได้ไม่สะดวก
  • การได้รับอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ อาจจะเกิดจากแรงกระแทก ทำให้กล้ามเนื้อมีการฟกช้ำ และเลือดจะไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้อย่างเพียงพอ
  • การนอน นั่ง หรือยืนในท่าที่ไม่สะดวกเป็นเวลานาน ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ก็จะก่อให้เกิดตะคริวได้ง่ายเช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ ยิ่งในช่วงเวลากลางคืน เราควรดื่มนมก่อนนอนเพื่อเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกาย อีกทั้งเรายังสามารถป้องกันตะคริวได้อย่างง่ายดาย ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกายได้ขยับอยู่เสมอ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดตะคริวได้ง่ายที่สุด

Related Post

Wheelchair

Wheelchair เลือกใช้งานประเภทไหนเหมาะสมมากที่สุด Wheelchair เลือกใช้งานประเภทไหนเหมาะสมมากที่สุด 

หากพูดถึง Wheelchair หรือวีลแชร์ เชื่อได้เลยว่าทุกคนจะต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแน่นอน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำคัญต่อผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุมากที่สุด เพื่อเป็นตัวช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้นกว่าเดิม และทุกคนรู้หรือไม่ว่า นอกจากจะช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังเป็นตัวช่วยผ่อนแรงของผู้ดูแลได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากบ้านไหนที่มีผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ จะต้องไม่มองข้ามวีลแชร์เลยทีเดียว 

กรดไหลย้อน

กรดไหลย้อนอาการที่ไม่ ควรมองข้ามกรดไหลย้อนอาการที่ไม่ ควรมองข้าม

เคยเป็นไหมบางครั้งหลังรับประทานอาหารเสร็จมีความรู้สึกว่าแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่กลางหน้าอกทั้งยังมีอาหารย้อนขึ้นมาในปากและคอรวมไปถึงจุกเสียดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่อาการแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าคืออาการอะไรและรักษาอีกอย่างไม่ถูกต้องซึ่งอาการนี้เรียกว่าอาการกรดไหลย้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยวันนี้มาดูกันว่าอาการกรดไหลย้อนนี้เกิดจากอะไรและจะป้องกันหรือรักษาอย่างไรดี โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหารไม่ว่าจะเป็นกรดหรือแก๊สกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารอยู่บ้างโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปริมาณกรดที่ย้อนมากขึ้นหรือย้อนบ่อยกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรค หรือหลอดอาหารมีความไวต่อกรดมากขึ้นแม้ว่าจะมีปริมาณกรดที่ย้อนขึ้นไปไม่มากกว่าปกติ อาการของกรดไหลย้อน สาเหตุของกรดไหลย้อน  การป้องกันกรดไหลย้อน โดยปกติแล้วอาการกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยอย่างที่ได้กล่าวไปคือส่วนมากแล้วจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ มักมีอาการไม่รุนแรงสามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเช่นการระวังน้ำหนักตัวไม่ให้มากหรืออ้วนเกินไปพยายามหลีกเลี่ยงการดื่มชากาแฟน้ำอัดลมหลีกเลี่ยงการดื่มสุราการสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อเย็นในปริมาณที่มากและไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร พยายามไม่ใส่เสื้อที่รัดรูปหรือรัดเข็มขัดบริเวณเอวแน่นจนเกินไปและพยายามหลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงความเครียดรวมไปถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบในร่างกายของเราสามารถทำงานได้อย่างปกติและช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้ด้วย

เพิ่มความสูง

รู้ก่อนสาย! 3 วิธีเพิ่มความสูงที่ควรเลี่ยงรู้ก่อนสาย! 3 วิธีเพิ่มความสูงที่ควรเลี่ยง

                ปัจจุบันมีวิธีมากมายที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มความสูงให้เด็กๆ ได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีบางวิธี ที่หากทำไม่ถูกต้อง หรือมีความรู้ความเข้าใจไม่มากพอ อาจทำให้เกิดผลเสียได้มากกว่าผลดี กล่าวคือ อาจทำให้เด็กเพิ่มความสูงได้ แต่ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน ดังนี้ 1. ดัดหลังเพิ่มความสูงกับคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์                 สภาพสังคมที่เปิดกว้างอย่างทุกวันนี้ ทำให้การดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงการเพิ่มความสูงให้เด็กๆ ด้วยการแพทย์ทางเลือก ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหนึ่งในนั้น คือ การดัดหลัง จัดกระดูก เพื่อให้กระดูกเรียงตัวสวย ไม่คดงอ และมีโอกาสยืดขยายได้อย่างเต็มที่ เห็นได้จากการที่มีสถาบันสุขภาพมากมายเริ่มเปิดให้บริการในเรื่องนี้                 อย่างไรก็ตาม