เพราะสุขภาพช่องปาก และบุคลิกภาพที่ดีของลูกในอนาคต ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังเด็ก พ่อแม่ยุคใหม่จึงไม่ควรมองข้ามเรื่อง “จัดฟันเด็ก” หนึ่งในวิธีดีๆ ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยมีฟันสวย และแข็งแรง
ข้อควรรู้ก่อนจัดฟันเด็ก
ก่อนที่จะพาลูกไปจัดฟันเด็ก มีเรื่องที่พ่อแม่ควรรู้ และทำความเข้าใจดังนี้
- เด็กสามารถเริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ฟันน้ำนมเริ่มหลุดออก และฟันแท้ทยอยงอกขึ้นมาแล้ว
- การจัดฟันเด็กมีประโยชน์มากกว่าแค่ความสวยงาม เพราะยังช่วยแก้ไขปัญหาช่องปาก ช่วยปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ และยังแก้ไขปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น ฟันเก ฟันซ้อน ฟันห่าง ฟันสบกันผิดปกติ คางยื่น ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไปหรือหลุดช้ากว่าปกติ ฯลฯ ดังนั้นถ้าพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ อย่ารอช้าที่จะพาลูกไปไปปรึกษาเรื่องการจัดฟันกับสถาบันที่น่าเชื่อถือ
จัดฟันเด็กมีกี่ประเภท
ในปัจจุบัน การจัดฟันเด็กที่ได้รับความนิยมมีอยู่ 4 ประเภท คือ
การจัดฟันแบบโลหะ (Metal Bracket)
การจัดฟันแบบโลหะ หรือการจัดฟันแบบยางสี เป็นวิธีจัดฟันเด็กที่หมอฟันจะใช้ยางรัดลวดจัดฟันให้ยึดติดกับอุปกรณ์ที่ติดแน่นบนฟัน หรือ แบร็กเก็ต (Bracket) ซึ่งเป็นโลหะสีเงิน ที่ทำหน้าที่ดึงฟันให้เคลื่อนไปยังตำแหน่งที่หมอฟันกำหนด
หนึ่งในความน่าสนใจของการจัดฟันวิธีนี้ คือ ยางรัดลวด ที่เด็กๆ สามารถเลือกเปลี่ยนได้ตามชอบ โดยมีให้เลือกมากถึงหลายสิบสี ช่วยทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกเบื่อ และไม่รู้สึกอึดอัดกับการมีอุปกรณ์จัดฟันอยู่ในช่องปาก
การจัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces)
วิธีการโดยรวมจะไม่ต่างจากการจัดฟันเด็กแบบโลหะ เพียงแต่วัสดุในการทำแบร็กเก็ต จะเป็นเซรามิกที่ใกล้เคียงกับสีฟันจริง ช่วยเพิ่มความสวยงามให้ช่องปาก
การจัดฟันแบบดามอน (Damon System)
เป็นการจัดฟันเด็กด้วยหลักการดึงสไลด์ โดยมีเครื่องมือหลักเป็น Sliding bracket และลวดจัดฟันชนิดพิเศษ ที่จะช่วยเคลื่อนฟันด้วยแรงที่เบาและนุ่มนวลมากกว่าปกติ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดง่ายกว่าเดิมด้วย
การจัดฟันแบบใส (Invisalign)
นวัตกรรมล่าสุดของการจัดฟันเด็ก ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้เด็กได้มากที่สุด เพราะใช้เครื่องมือจัดฟันที่ทำจากพลาสติกผิวเรียบใส แทนเครื่องมือแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถถอดออกมาทำความสะอาดเองได้ง่ายๆ ไม่รู้สึกเจ็บปวด และยังมีความสวยงามมากขึ้น
นอกจากนั้นการจัดฟันแบบใสยังให้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวางแผนการรักษา ตั้งแต่การถ่ายรูปช่องปากและใบหน้า การX-ray การแสดงภาพ 3D จำลองการเคลื่อนของฟัน ตลอดจนพิมพ์แบบฟัน เพื่อคำนวณจำนวนเครื่องมือจัดฟันให้เหมาะสมมากที่สุด
เลือกวิธีจัดฟันเด็กอย่างไรดี
สำหรับการเลือกวิธีจัดฟันเด็ก พ่อแม่ควรพิจารณาหลายปัจจัยควบคู่กันไป เช่น
- พฤติกรรมส่วนตัวของเด็ก เช่น ถ้าเด็กสามารถรักษาความสะอาดของช่องปากได้ดี ก็เลือกจัดฟันได้ทุกรูปแบบ เพราะไม่ต้องคอยกังวลว่าลูกจะแปรงฟันทั่วถึงหรือไม่ หรือถ้าเด็กยังเล็กอยู่มาก และยังรักษาของได้ไม่ดีพอ อาจหลีกเลี่ยงการจัดฟันใส เพราะอุปกรณ์ราคาสูง ถ้าสูญหายหรือชำรุด จำเป็นต้องใช้งบประมาณทำใหม่มากพอสมควร
- งบประมาณของพ่อแม่ เพราะการจัดฟันเด็กเป็นการรักษาที่ต้องทำต่อเนื่อง เด็กต้องพบทันตแพทย์หลายครั้งจนกว่าจะจบสิ้นกระบวนการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคลินิกทำฟันหลายแห่งก็มีระบบแบ่งจ่าย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
- เลือกวิธีตามคำแนะนำของหมอฟัน เพราะหมอฟันเป็นผู้ที่รับรู้ปัญหาสุขภาพฟันของลูกได้ดีที่สุด
รับคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดฟันเด็กกับคลินิกชั้นนำ ติดต่อ Homey Dental Clinic คลิก https://homeydentalclinic.com/
